Hits Topics:
เรื่องของ " หู " (Ear) -- "" หู " เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ 2 ประการ คือ การได้ยินหรือการรับฟังเสียง (Phonore ceptor) ..."
โรคติดเชื้อทางระบบการหายใจป้องกันได้ -- "อากาศที่เปลี่ยนแปลงในขณะนี้ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวหนาว ..."
ตะกั่ว ภัยร้าย อันตรายใกล้ตัว -- "เมื่อได้ยินถึงตะกั่วแล้ว ..."
ชุดชั้นในกับโรคที่คุณค่า ไม่ถึง -- "ชุดชั้นในกับโรคที่คุณค่า ไม่ถึง ชุดชั้นใน เป็นหมือนตัวช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจให้ผู้หญิง ..."
7 เคล็ด(ไม่)ลับเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ -- "คุณบ่อยใช่ไหมที่บางทีอากาศเปลี่ยนนิดหน่อยคุณก็ไม่สบายแล้ว คุณบ่อยใช่ไหมที่จะต้องลางานเพื่อไปหาหมอ ..."
เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน -- "เรียนเชิญท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดู เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไป นานๆ 1. หวีผมบ่อยๆ : ..."
50 เคล็ดลับสร้างสุขภาพดี (1) -- "สุขภาพดีคือสุดยอดปรารถนา หมดเรื่องกังวลกวนใจไปได้มากโข ..."
ระบบขับสารพิษธรรมชาติของร่างกาย -- "รู้ไหมเราสารพิษมาจากไหนบ้าง สารพิษมีที่มาได้จากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ • จากอาหาร • จากสภาพแวะล้อม ..."
หลักของอาหารอายุยืน -- "ถ้าปฏิบัติตามหลักนี้แล้ว ไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสของการมีอายุยืนขึ้นเท่านั้นนะคะ ..."
กำจัดเซลลูไลท์ด้วยตัวเอง -- "นอกจากปัญหาน้ำหนักตัวจะเป็นปัญหาใหญ่ของคุณสาวๆ แล้ว เรื่องของเซลลูไลท์ที่สะสมตามแขนขา ..."




สครับไทฟัส เป็นไทฟัส (ไข้รากสาดใหญ่) ชนิดหนึ่งซึ่งทำให้มีอาการไข้สูง อาจมีผื่นแดงและสะเก็ดแผลไหม้ เกิดจากการติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งมีตัวไรแดง (อยู่ตามพุ่มไม้) เป็นพาหะนำโรค มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์ นักท่องป่า ทหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า หากไม่ได้รับการรักษา มักมีไข้นาน 2-3 สัปดาห์ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อริกเกตเซีย ที่มีชื่อว่า โอเรียนเทียซูซูกามูชิ (Orientia tsutsugamushi ซึ่งเดิมเรียกว่า Rickettsia sutsugamushi หรือ Rickettsia orientalis) โดยมีไรอ่อน (chigger หรือ laval-stage trombiculid mites) เป็นพาหะนำโรค



อาการ
• หลังถูกไรอ่อนกัด 4-18 วัน จะมีอาการปวดศีรษะที่ขมับและหน้าผาก และจับไข้หนาวสั่น ไข้สูงตลอดเวลา (ไข้อาจเป็นอยู่นาน 2-3 สัปดาห์) หน้าแดง ตาแดง และกลัวแสง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องผูก
• บริเวณที่ถูกกัดจะเจ็บ และมีรอยไหม้ดำเหมือนถูกบุหรี่จี้ (สะเก็ดแผลไหม้) รอบๆ แผลจะมีอาการบวมแดง แต่ไม่เจ็บ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. และเป็นอยู่นาน 1-3 สัปดาห์ พบได้ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วย มักจะพบที่รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว ก้น อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆ จะโตและเจ็บด้วย
• ประมาณวันที่ 5-7 หลังมีไข้จะมีผื่นสีแดงคล้ำ ขึ้นที่ลำตัวก่อน แล้วกระจายไปแขนขา ผื่นจะมีอยู่ 3-4 วันก็หายไป ผู้ป่วยอาจจะมีอาการไอร่วมด้วย จากการอักเสบของเนื้อปอด

การดูแลตนเอง
• ผู้ที่มีไข้สูงตลอดเวลา ไข้หนาวสั่น หรือมีไข้นานเกิน 1 สัปดาห์ และมีประวัติว่าอยู่ในถิ่นที่พบโรคนี้ หรือกลับจากการเดินทางไปตั้งค่ายในป่า หรือตรวจสะเก็ดแผลไหม้ตามผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
• ถ้าตรวจพบว่าเป็นสครับไทฟัส ควรจะกินยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน และไปติดตามผลการรักษาตามที่แพทย์นัด



การรักษา
• แพทย์ทำการรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ เช่น ดอกซีโซคลีน (doxycycline) หรือเตตราไซคลีน (tetracycline) นาน 3 วัน ไรแฟมพิซิน (rifampicin) นาน 7 วัน หรืออะซิโทรไมซิน (azithromycin) ครั้งเดียว
• ในรายที่มีอาการขั้นรุนแรง เช่น หอบ หัวใจวาย ไตวาย ช็อก หรือหมดสติ จำเป็นต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล

การดำเนินโรค
โรคนี้เมื่อได้รับการรักษาแล้ว ไข้มักจะลดลงภายใน 24-72 ชั่วโมง และจะหายขาดโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา บางรายอาจหายได้เอง โดยมีไข้อยู่นาน 2-3 สัปดาห์ แต่บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกัน
1. ถ้าจะออกไปตั้งค่ายในป่า พยายามอย่าเข้าไปในพุ่มไม้ บริเวณที่ตั้งค่ายควรถางให้โล่งเตียน ควรพ่นยาฆ่าไรบนพื้นดิน และไม่ควรนั่งหรือนอนอยู่กับที่นานๆ ควรใส่เสื้อผ้ารัดกุมและทายาป้องกัน
2. กินยาป้องกัน โดยกินดอกซีไซคลีน 200 มก. สัปดาห์ละครั้ง ระหว่างที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโรคนี้อยู่ โดยให้เริ่มกินครั้งแรกก่อนเดินทาง 3 วัน และกินต่อจนกระทั่ง 6 สัปดาห์หลังเดินทางกลับออกมาแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.doctor.or.th/article/detail/11249
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.ideaforlife.net/health/disease/0007.html
www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325476896&grpid=no&catid=no
www.pattayadailynews.com/th/2010/11/14/สธ-เตือนท่องป่าระวัง-โร/


สครับไทฟัส,ไข้แมงแดง,เชื้อริกเกตเซีย,ไรอ่อน,ไรแดง,ผื่นสีแดงคล้ำ

Water MRET น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท MRET น้ำเอ็มเร็ท MRET น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท เทคโนโลยีเอ็มเร็ท Facebook 24Health MRET น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท ดีจริงหรือ ? น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) ดูแลสุขภาพกับน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) ดูแลสุขภาพได้อย่างไร คุณภาพชีวิตของผู้ที่ดื่มน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) แบ่งปันความรักด้วยน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) สุขภาพดีกับน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) พลังน้ำ พลังชีวิต กับน้ำดื่มปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) น้ำคืนชีวิต น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) ดูแลสุขภาพด้วยน้ำดื่มปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) น้ำคืนชีวิต..น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) ทำไมต้องดื่มน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) มาดื่มน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) กันเถอะ น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) คือน้ำอะไร คุณสมบัติพิเศษของน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) ดีจริงหรือ? น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) น้ำดื่มคุณภาพ ทำไมน้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) จึงแตกต่างจากน้ำธรรมดา? น้ำปรับโมเลกุลเอ็มเร็ท (MRET) ส่งผลดีอย่างไรต่อสุขภาพ? นวัตกรรมน้ำปรับโมโลกุลเอ็มเร็ท (MRET) รวมบทความเอ็มเร็ท (MRET)

Most Popular

ทำไมถึงตดเยอะ ทำอย่างไรดี!

ทุกคนล้วนเคยตด การตดเมื่ออยู่คนเดียวดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เมื่อตดต่อหน้าธารกำนัลจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกาลเทศะ คนส่วนใหญ่จึงมักอายที่จะตดอย่างเปิดเผย ...

+ View

"ไข้ทับระดู" ภัยอันตรายสำหรับคุณผู้หญิง

เมื่อพูดถึงไข้ทับระดู แน่นอนค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าคุณผู้หญิงทุกคนรู้จักกับมันเป็นอย่างดีค่ะ มันมักมากับเจ้าน้องไฟแดงของเรา ซึ่งไม่ธรรมดานะค่ะ หากมีอาการอื่นแทรกซ้อนละก็ เจ้าไข้นี่ ...

+ View

ทำไมตดถึงเหม็น

หลายคนอาจเคยพบกับประสบการณ์เผชิญหน้าโดยตรงกับตดหรือที่เรียกอย่างสุภาพว่า ‘ผายลม’ สูดลมหายใจดมกลิ่นมันเข้าไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หารู้ไม่ว่าตดบอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเลยทีเดียว ...

+ View

ลงเล่นน้ำได้ไหม ถ้าประจำเดือนมา

เชื่อเลยนะค่ะ ว่าหญิงสาวหลายๆคนเลยที่อุตส่าห์นัดเพื่อน ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลเสียหน่อย แต่พอเอาจริงๆแล้ว ถึงวันจะเที่ยวแล้วเนี่ย ประจำเดือนเจ้ากรรม ดันมาซะงั้นอ่ะ ถ้าไปเที่ยวแบบเที่ยว ...

+ View

ฟันเหลืองทำยังไงดี

พูดถึงเรื่องฟันแล้วทุกคนล้วนแต่อยากให้ฟันของตนเองมีสีขาวกันทั้งนั้น ฟันที่เหลืองนั้นมันทำให้ความมั่นใจในตัวเองหดหายไป ไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าหัวเราะ ไม่กล้าพูดกับใคร ...

+ View
  • Prev
  • Health Links
Scroll to top

Warning: imagejpeg() [function.imagejpeg]: Unable to open '/home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/cache/resized/9564ab7c80d9472b9de9109cf7a793c3.jpg' for writing: Permission denied in /home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/modules/mod_sj_slider/core/helper_image.php on line 595

Warning: imagejpeg() [function.imagejpeg]: Unable to open '/home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/cache/resized/c3feb06c3d2816c8397819b95108ee88.jpg' for writing: Permission denied in /home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/modules/mod_sj_slider/core/helper_image.php on line 595

Warning: imagejpeg() [function.imagejpeg]: Unable to open '/home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/cache/resized/ea29bc8112ccd93b75f48f98eea654a9.jpg' for writing: Permission denied in /home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/modules/mod_sj_slider/core/helper_image.php on line 595

Warning: imagejpeg() [function.imagejpeg]: Unable to open '/home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/cache/resized/ac116b507bc4b54ac3bd56a777ce753d.jpg' for writing: Permission denied in /home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/modules/mod_sj_slider/core/helper_image.php on line 595

Warning: imagejpeg() [function.imagejpeg]: Unable to open '/home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/cache/resized/e4ddd9d2a0651603c5d790c0787d2cbb.jpg' for writing: Permission denied in /home/healthre/domains/todayhealth.org/public_html/modules/mod_sj_slider/core/helper_image.php on line 595